วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ความดันโลหิตสูง ทำไมน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัสดีที่สุด และน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)

ทำไม น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)  ดีที่สุด




       น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) มีสัดส่วนระหว่างกรดไขมันอิ่มตัวและกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เหมาะสม มีประโยชน์ต่อการบริโภคสูงมาก น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่ผ่านการสกัดอย่างพิถีพิถันนั้น จะสามารถคงคุณค่าความเข็มข้นของสารประกอบสำคัญต่างๆ ที่ช่วยในการดูแลสุขภาพของเรา
    Rice bran and germ oil. There is the proper proportion of saturated fatty acids and polyunsaturated fatty acids.
    There are many benefits to the consumer. Rice bran and germ that through the extraction Meticulously, be able to maintain consistency of the various compounds that will help our health care.


     น้ำมันรำข้าว เป็นน้ำมันพืชที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวดิบ ซึ่งสกัดจากรำข้าว มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟีรอลประมาณ 19-40% และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81% และโอรีซานอล (Oryzanol) ซึ่งสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า มีกรดไขมันอิ่มตัว 18% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fatty Acid : MUFA) 45% กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fatty Acid : PUFA) 37%

น้ำมันรำข้าวเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL-C)
     1. ป้องกันโรคหัวใจ ลดสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ




     2. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ(Anti-Oxidant) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง




     3. ป้องกันโรคมะเร็ง ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง




     4. ป้องกันโรคเบาหวาน ทำหน้าที่ในการจับฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ฮอร์โมนอินซูลิน คงตัวได้นานเกาะตามเซลล์ต่างๆ ของกล้ามเนื้อ ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
     5. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด
     6. เพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น




     7. ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด มีระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น




     8. ป้องกันโรคสายตา วิตามินเอ - เบต้าแคโรทีน ซึ่งสามารถป้องกันโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินเอได้ โดยเฉพาะโรคน้ำตาแห้ง
     9. ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL-Low Density Lipoprotein)


   10. ช่วยเพิ่มระดับของ HDL.(High Density Lipoprotein)




   11. ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride)
   

  น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีที่สุดให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้

 ปริมาณและราคา 1 กล่องบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 1,260 บาท
    อย. เลขที่ 12-1-13353-1-0083

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://ricebransaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

            คุณ สายบัว  บุญหมื่น       โทร.088 415 3926

                ID Line : bua300908

                   อีเมล์:  sboonmuen@gmail.com    

ความดันโลหิตสูง การเพิ่มเอชดีแอล (HDL) และน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส ช่วยเพิ่มระดับของ เอช ดี แอล (HDL) ได้อย่างไร ?
      ไขมันดี (High Density Lipoprotein : HDL ) เป็นไขมันที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่ง HDL ดีกับหลอดเลือดแดง เนื่องจาก ช่วยป้องกันไม่ให้ คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์, และ LDL สะสมในหลอดเลือดแดง หากขาด HDL ในเลือด ก็จะทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดได้




ราสามารถเพิ่มไขมันดีได้อย่างไร?    
     การเพิ่มไขมันดี (HDL) ให้กับร่างกายนั้นทำได้หลายวิธี คือ     
    1. การออกกำลังกายที่มีการใช้แรงงานปานกลาง หรือแอโรบิก (Aerobic) เป้นการออกกำลังกายที่ทำให้เหนื่อยจนเหงื่อออก และออกกำลังต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป เช่น เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งจ๊อกกิ้ง เป็นต้น ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือทุกวันถ้าเป็นไปได้    




    2. ควบคุมอาหาร การควบคุมอาหารที่มีแคลอรี่สูงเกินความจำเป็น ควบคู่กับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงาน เป็นการช่วยเพิ่ม HDLได้ และควรเลิกสูบบุหรี่เนื่องจากบุหรี่จะทำให้ HDL ต่ำลง  



    3. หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ เนื่องจากไขมันทรานส์จะไปเพิ่มไขมันไม่ดี (LDL) และลด HDL ลง อาหารที่มีไขมันทรานส์มาก ได้แก่ เนยเทียม มาการีน ครีมเทียม และขนมกรุบกรอบต่างๆ เป็นต้น  



    4. เพิ่มอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น พืชผักต่างๆ (Insoluble) และ อาหารจำพวกธัญพืชต่างๆ (Soluble) หรืออาหารจำพวกเมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี (Whole Grain) เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต โฮลวีท นักวิจัยพบว่าใยอาหารจำพวกนี้สามารถลด LDL ไตรกลีเซอไรด์ และสามารถเพิ่มไขมัน HDL ได้    
 

      น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส ลด LDL (Low Density Lipoprotein) คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี(ไขมันเลว)



      น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ทำให้ ได้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้
       

ผลิตภัณฑ์ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) กำลังได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้



ปริมาณและราคา 1 กล่องบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 1,260 บาท
    อย. เลขที่ 12-1-13353-1-0083

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://ricebransaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

       คุณ สายบัว   บุญหมื่น   โทร.088 415 3926

          ID Line : bua300908

         อีเมล์ : sboonmuen@gmail.com

ความดันโลหิตสูง แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด มีประโยชน์อย่างไร และน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว พลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)

แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด (GLA) มีประโยชน์อย่างไร ?
       แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด (Gamma-Linoleic acid: GLA ) เป็น กรดไขมันจำเป็น ( Essential fatty acid) ชนิดหายาก และจำเป็นต่อร่างกาย แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด จากการรับประทานสิ่งมีชีวิตที่สร้างแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิดได้ และมีสิ่งมีชีวิตเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ที่จะเป็นแหล่งของแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด ที่เพียงพอให้กับคนเรา


ประโยชน์ของแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด
 แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด มีหน้าที่หลักในร่างกาย 4 ประการ คือ 
1. เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างผิวหนัง โดยความยืดหยุ่นของผิวหนัง และเยื่อบุผิวของอวัยวะภายใน ขึ้นอยู่กับปริมาณของแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด
2. เป็นสารตั้งต้นเกี่ยวกับการสร้างพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandins:PGs) และลิวโคไครอีน (Leukotrienes;LT) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการการอักเสบ และการต้านการอักเสบของร่างกาย
3. ควบคุมการซึมผ่านของน้ำที่ผิวหนัง และผิวอวัยวะในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบเลือด และระบบประสาท
4. ควบคุมการสร้างและการขนส่งคอเลสเตอรอลในร่างกาย




      ในสภาวะปกติทั่วร่างกายคนเราจะสังเคระห์ แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด จากกรดไลโนเลอิค แอซิด ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันดังกล่าว แต่ในคนบางกลุ่ม เช่น ผู้ทีรับประทานอาหารไม่ครบ ที่ร่างกายต้องการและไม่สมดุล และผู้ป่วยด้วยโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน และในกลุ่มคนชรา ร่างกายจะไม่สามารถสังเคราะห์แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด จากกรดไขมัน ไลโนเลอิค แอซิดได้ การที่ร่างกายขาด หรือได้รับแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิดไม่เพียงพอจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเซลล์ และทุกระบบอวัยวะในร่างกาย


      แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด เป็นกรดไขมัน ที่ร่างกายคนเราต้องการใช้ในการสร้างสารที่มีคุณลักษณะคล้ายฮอร์โมน เรียกว่า “พรอสตาแกลนดิน E1 (Prostagland E1;PGE1) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด จึงมักถูกใช้ในการรักษาอาการปวดตา และอาการอักเสบในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ โดยมีรายงานการศึกษาวิจัย แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด สามารถลดอาการปวดและอักเสบในผู้ป่วยโรค Rheumatis ซึ่งให้ผลในการรักษาในระดับดี
มีรายงานว่าผลิตภัณฑ์ที่มี แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด ยังอาจช่วยป้องกันหรือลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายชนิด เช่น โรคผิวหนัง (ผิวหนังอักเสบ เรื้อนกวาง แผลเปื่อย และผื่นคัน) ข้ออักเสบ อาการปวดประจำเดือน โรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในคนชราด้วย  
    แกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด ยังเป็นสารที่จำเป็นต่อสุขภาพของผม ผิวหนัง และเล็บ ด้วย




    ขนาดปกติของแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด ที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน คือ 150-300 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่มีบางการศึกษาที่ใช้ขนาด 250-500 มิลลิกรัมต่อวัน โดยอาจแบ่งรับประทาน 2-3 ครั้งต่อวันได้ ซึ่งแกมม่า-ไลโนเลอิค แอซิด มักตรวจพบมากในน้ำมันประเภทต่างๆ


    ไลโนเลอิค แอซิด 188.90 มก. มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว พลัส



ผลิตภัณฑ์ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว พลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) กำลังได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้



ปริมาณและราคา 1 กล่องบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 1,260 บาท
  
สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://ricebransaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

       คุณ สายบัว  บุญหมื่น   โทร.088 415 3926

          ID Line : bua300908

             อีเมล์  sboonmuen@gmail.com

ความดันโลหิตสูง แกมมาออไรซานอล (gamma–oryzanol) และ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)

แกมมาออไรซานอล (gamma–oryzanol) ใน น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส    
     แกมมาออไรซานอล (gamma–oryzanol) มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนพืช ใช้ทดแทนการขาดฮอร์โมน ในวัยทอง ซึ่งมักมีอาการร้อนวูบวาบ ใจสั่น ปวดไมเกรน นอนไม่หลับ กระดูกพรุน ซึ่งหากกินฮอร์โมนสังเคราะห์ทดแทนนานๆ ก็เสี่ยงกับมะเร็งเต้านม นอกจากนมถั่วเหลืองแล้ว น้ำมันรำข้าวก็ช่วยได้ และในผู้ชายที่มีต่อมลูกหมากโต ก็ใช้แกมมาออไรซานอลได้ผลดีมาก



  แกมมาออไรซานอล เสริมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ
ซึ่งประสาทอัตโนมัติ เป็นระบบประสาทที่อยู่นอกอำนาจการควบคุมของจิตใจ ควบคุมไม่ได้เหมือนกล้ามเนื้อปกติ เช่น การเต้นของหัวใจ การขับเหงื่อ การย่อยอาหาร การตื่น การหลับ หากบกพร่องไปก็เป็นโรคร้ายแรงตามมา เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ รู้สึกกระชากใจสั่น ตื่นเต้น ตกใจ มือไม้สั่น…อย่าใช้ยากดประสาท เพราะจะเสพติด ลองใช้น้ำมันรำข้าวปลอดภัยกว่า




     เหงื่อออกผิดปกติ ที่มือ ฝ่าเท้า ลองใช้น้ำมันรำข้าวปรับสมดุลได้
ระบบย่อยอาหาร อืด เฟ้อ กรดไหลย้อน ท้องผูก…ลองแก้ด้วยน้ำมันรำข้าวได้ไม่เสียหลาย เป็นหนทางง่ายๆ ก่อนหลงทาง



   น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้



ผลิตภัณฑ์ Ricebran and Germ Oil Plus กำลังได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้

ปริมาณและราคา 1 กล่องบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 1,260 บาท

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://ricebransaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว   บุญหมื่น  โทร.   088 415 3926

   ID Line : bua300908

อีเมล์:  sboonmuen@gmail.com    

ความดันโลหิตสูง โคเอนไซม์ คิวเทน ดีอย่างไร และน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)

โคเอนไซม์ คิวเทน ดีอย่างไร
      ยูบิควิโนน (Ubiquinone) หรือ โคเอนไซม์ คิวเทน หรือเรียกสั้นๆ ว่า โคคิว 10 เป็นสารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ อันจะส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ




 "โคเอนไซม์ คิวเทน" พบที่ไหนบ้าง
      ร่างกายของคนเรามีโคเอนไซม์ คิวเทน ที่สามารถสร้างได้ตามธรรมชาติ โดยจะเกิดตามเซลล์ของอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง เช่น หัวใจ ตับ ไต สมอง และตามผิวหนังชั้นกำพร้า จะมีปริมาณลดน้อยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เรายังได้รับโคเอนไซม์ คิวเทนจากอาหารประเภทต่าง ๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืชที่ไม่ขัดสี และผัก เช่น ปวยเล้ง และบรอกโคลี แต่ในระหว่างการปรุงอาหารโดยใช้อุณหภูมิสูง จะทำให้โคเอนไซม์ คิวเทนถูกทำลายไป ดังนั้น การได้รับอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน




สรรพคุณของโคเอนไซม์ คิวเทน 
1.  ช่วยลดริ้วรอยและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว




2.  ต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง
3.  ช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น ส่งผลให้หัวใจดีขึ้น ความดันโลหิต ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงลดลง




4.  ช่วยลดผลข้างเคียงของการใช้ยาลดไขมันคอเลสเตอรอลกลุ่ม สแตติน 


หัวใจ กับ โคเอนไซม์ คิวเทน หล่อเลี้ยงกันและกัน
     อัตราการเต้นของหัวใจของคนเราเฉลี่ยแล้ว 1 แสนครั้งต่อวัน เท่ากับ เราต้องใช้พลังงานอย่างมาก ในการสูบฉีดเลือดเพื่อให้ไปเลี้ยงได้อย่างพอเพียง หากเกิดสิ่งใดขึ้นก็ตามที่ทำให้ระดับของโคคิว 10 ลดลง ก็จะส่งผลต่อการผลิตพลังงานให้กับหัวใจ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ในที่สุด




     จากผลการศึกษาวิจัย พบว่า โคเอนไซม์ คิวเทนสามารถลดอาการหัวใจล้มเหลวได้ การใช้โคเอนไซม์ คิวเทนเป็นอาหารเสริมทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้มากกว่า 15.7 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น 25.4 เปอร์เซ็นต์
    ถ้าพบว่าตัวเองตกอยู่ในภาวะต่อไปนี้แสดงว่าคุณมีปริมาณโคเอนไซม์ คิวเทนลดลง
1. ผู้ป่วยโรคต่าง ๆ เช่นโรคระบบหัวใจ และหลอดเลือด อัลไซเมอร์ 




2. ภาวะที่ร่างกายมีความเครียด
3.  มีการใช้งานร่างกายมากเกินไปในบางภาวะ เช่น ออกกำลังกาย การเผาผลาญที่มากผิดปกติ




4.  วัยที่เพิ่มขึ้น
5. ได้รับจากมื้ออาหารน้อยเกินไป
6.  การใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะ ยาลดไขมันในกลุ่มสแตติน



โคเอนไซม์ คิวเทน  12.70 มก. มีอยู่ใน น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส  (Ricebran and Germ Oil Plus) 
   


น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ให้ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้


     
 ผลิตภัณฑ์ Ricebran and Germ Oil Plus กำลังได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้
ปริมาณและราคา 1 กล่องบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 1,260 บาท

สั่งซื้อสินค้าคลิกที่นี้

ดูข้อมูลที่   http://ricebransaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว  บุญหมื่น   โทร.088 415 3926

ID Line : bua300908

อีเมล์  sboonmuen@gmail.com    

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน และ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus)

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส ป้องกัน โรคหลอดเลือดแดงอุดตันได้ 


      การเกิดโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน (Atherosclerosis) มักจะพบได้บ่อยร่วมกับภาวะเส้นเลือดสมองตีบหรือภาวะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ โดยเฉพาะ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรือคนที่มีความดันโลหิตสูง การตรวจเช็คความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและการตรวจเช็คการอุดตันของหลอดเลือดแดงสามารถตรวจสอบได้ด้วยเทคโนโลยีที่วงการแพทย์ยอมรับและเชื่อถือ คือ ABI (Ankle-Brachial Index) และ PWV (Pulse Wave Velocity) เป็นการตรวจเช็คหลายๆ จุดของร่างกายพร้อมกัน เพื่อค้นหาการอุดตันของหลอดเลือดแดง การตรวจร่างกายด้วย ABI นี้สามารถนำไปสู่การตรวจพบโรคอื่นๆ ที่สำคัญอีกด้วย

       หลอดเลือดในร่างกายของคนเราก็เปรียบเหมือนกับท่อน้ำที่เมื่อใช้งานไปนานๆ แล้วท่อน้ำก็จะเกิดตะกอนหรือสนิมจับตามผนังท่อน้ำทำให้ขนาดของท่อตีบลงหรือเล็กลง กระแสน้ำที่เคยไหลได้คล่องกลับไหลได้เบาลงกว่าน้ำจะไหลไปถึงปลายทางก็แทบจะไม่มีแรงดันของน้ำเหลืออยู่เลย

       หลอดเลือดของคนก็เช่นเดียวกันหากเกิดการตีบ (Stenosis) หรืออุดตัน (Occlusion) เมื่อใดหน้าที่ในการนำเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายก็จะน้อยลงๆ อวัยวะต่างๆ ก็จะได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อยลงด้วย หากสถานการณ์เช่นนี้เกิดกับอวัยวะส่วนที่สำคัญของร่างกาย เช่น แขน ขา สมอง หัวใจ ก็จะส่งผลอย่างรุนแรงต่ออวัยวะส่วนนั้นๆ เช่น แขน ขาเกิดอาการหมดแรง เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น

       หลอดเลือดแดงที่ตีบแคบหรืออุดตัน เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากที่สุดของโรคระบบประสาทซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุทำให้พิการ เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิต ส่วนโรคหลอดเลือดส่วนกลางมักเกิดอาการกับอวัยวะ เช่น แขน ขา ทำให้มีอาการปวดและมีความเสี่ยงที่จะต้องถูกตัดแขนหรือขาได้ โรคต่างๆ เหล่านี้สามารถป้องกันได้หากมีการเฝ้าระวังและรักษาทันทีที่ตรวจพบเสียแต่เนิ่นๆ


          วิธีป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็งหรืออุดตัน        
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคหลอดเลือดแดงอุดตัน (Atherosclerosis) คือ การกินอาหารและพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ และการดื่มเหล้า ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงอุดตัน ให้งดสูบบุหรี่ และเลิกดื่มเหล้าโดยเด็ดขาด และพยายามควบคุมระดับไขมันชนิดต่างๆ ในเลือด ระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

       ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงอุดตันต้องพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ให้เลือกกินอาหารที่มีไขมันและคอเรสเทอรอลต่ำ เช่น ไข่ขาว เนื้อปลา นมพร่องมันเนย ผักและผลไม้ เปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารจากการใช้น้ำมันปรุงอาหาร เช่น ทอดและผัด เป็นวิธีปรุงอาหารที่ไม่ใช้น้ำมันในการปรุง เช่น การต้ม นึ่ง ย่างหรืออบ หากอดไม่ได้หรือจำเป็นที่จะต้องกินอาหารทอดให้ทอดโดยใช้น้ำมันถั่วเหลือง
        ปัจจุบัน สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดแดงอุดตันได้ด้วย ผลิตภัณฑ์ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ผล เป็นที่นิยมอย่างสูง

   น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแดงอุดตันได้
ผลจากการรับประทาน 100% เห็นผลจริง รวดเร็ว ชัดเจน จึงขายดีที่สุดในขณะนี้

ผลิตภัณฑ์ น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส (Ricebran and Germ Oil Plus) กำลังได้รับความนิยมที่สุดในขณะนี้

ปริมาณและราคา 1 กล่องบรรจุ 60 แคปซูล ราคา 1,260 บาท
     อย. เลขที่ 12-1-13353-1-0083

สั่งสินค้าคลิกที่นี้

     ดูข้อมูลที่   http://ricebransaibua.blogspot.com

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่ายที่

คุณ สายบัว  บุญหมื่น      โทร. 088 415 3926

ID Line : bua300908

อีเมล์  sboonmuen@gmail.com